วันที่ 1 ก.ค. 2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 รับคำร้องจาก ส.ว. 36 คนเรื่องคลิปเสียงการสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับนายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (3) ประกอบ มาตรา 82 ศาลยังมีมติ 7 ต่อ 2 ให้ น.ส.แพทองธาร “อุ๊งอิ๊ง” หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยสุดท้าย เหตุผลประธานคือมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงและอธิปไตยชาติจากการเจรจาที่อาจไม่เหมาะสมทางการทูต ขณะที่ตุลาการเสียงข้างน้อยเห็นว่า ยังไม่มีหลักฐานชัด แต่ใช้มาตรการชั่วคราวเพื่อป้องกันผลกระทบร้ายแรงในอนาคต
น.ส.แพทองธาร “อุ๊งอิ๊ง” หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ชั่วคราวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยสุดท้าย

คำร้อง S.ยังระบุว่า คลิปสนทนาอาจชี้เป้าถึงการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างประเทศซึ่งอาจกระทบความปลอดภัยชายแดนไทย มีเจตนา “พร้อมจัดการให้” ตามที่อ้าง ส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องจริยธรรมและสมรรถนะการบริหารประเทศตั้งแต่เศรษฐกิจ การเมือง จนถึงปัญหาปากท้องประชาชน
ในสถานการณ์หลังการหยุดปฏิบัติหน้าที่ น.ส.แพทองธาร ยังรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อยังได้มีบทบาทในรัฐบาล แต่ความเชื่อมั่นของประชาชนถดถอยลงอย่างหนัก สะท้อนจากผลสำรวจที่เหลือเพียงราว 9% และตกอยู่ในอันดับต่ำสุดในประวัติศาสตร์
นอกจากนี้ยังเผชิญความกังวลเรื่องภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ซึ่งอาจกระทบการส่งออกไทย หากไม่สามารถเจรจาต่อรองได้ทันก่อนเส้นตายวันที่ 8 ก.ค. เชื่อว่าจะทำให้ GDP ปีนี้ขยายตัวต่ำที่ราว 1.5% ซึ่งถือเป็นปัญหาซ้อนปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังถดถอยอยู่แล้ว
สรุปแล้ว มติศาลรธน.ครั้งนี้ไม่เพียงกระทบศักดิ์ศรีประธานาธิบดีคนปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังสร้างอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญต่อเสถียรภาพทางการเมืองและทางเศรษฐกิจไทยในระยะถัดไป โดยเฉพาะการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและการเจรจากับต่างประเทศท่ามกลางวิกฤตรอบด้านครับ สำหรับใครที่กำลังมองหาเกม สล็อตออนไลน์ จากเว็ปตรงเว็ปคุณภาพก็สามารถเข้ามาได้ที่ลิงค์นี้ line @hiroom
#สุริยะจึงรุ่งเรืองกิจ